วันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2557


รูปเรขาคณิตสองมิติ "วงกลม"
นางสาวโสรยา ศรีสุขใส รหัส 5411103035 ห้อง 1



ทักษะการเขียนกระดานดำ
นางสาวโสรยา ศรีสุขใส รหัส 5411103035 ห้อง 1


วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

มาตราส่วนเเละอัตราส่วน

อัตราส่วน ( Ratio )
อัตราส่วน คือ เป็นการเขียนเพื่อแสดงการเปรียบเทียบปริมาณตั้งแต่ 2 ปริมาณขึ้นไปเพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณต่าง ๆ เหล่านั้น 
            ถ้า a และ b เป็นปริมาณสองปริมาณ แล้วอัตราส่วน a ต่อ b เขียนแทนด้วย a : b  หรือ a/b เมื่อ b ไม่เท่ากับ 0 โดยที่เรียก
           a ว่าเป็นจำนวนแรกหรือจำนวนที่หนึ่งของอัตราส่วน
           b ว่าเป็นจำนวนหลังหรือจำนวนที่สองของอัตราส่วน
เช่น   อัตราส่วน 1 ต่อ 2 เขียนแทนด้วย 1: 2     อัตราส่วน 3 ต่อ 5 เขียนแทนด้วย 3: 5
ตำแหน่งของจำนวนแต่ละอัตราส่วนมีความสำคัญเป็นอย่างมาก  การสลับตำแหน่งกันจะได้อัตราส่วนที่มีค่าแตกต่างกัน   ได้แก่ 1 : 2  ไม่เท่ากับ 2:1 และ 3:5ไม่เท่ากับ 5:3 เป็นต้น
มาตราส่วน ( SCALE ) 
หมายถึง อัตราที่ใช้ย่อหรือขยายส่วน   การเขียนแบบโดยทั่วไป ภาพที่เขียนแบบจะมีขนาดที่สัมพันธ์พอเหมาะกับขนาดกระดาษเขียนแบบเสมอ เมื่อมองภาพแล้วเห็นรายละเอียดได้ชัดเจนสมบูรณ์ ฉะนั้นการเลือกใช้มาตราส่วนที่เหมาะสมกับขนาดกระดาษเขียนแบบ ผู้เขียนแบบจึงต้องควรคำนึงถึงมาก
มาตราส่วน แบ่งออกเป็น 3 ชนิด
1.  มาตราส่วนย่อ เช่น 1: 10 อ่านว่า หนึ่งต่อสอบ หมายถึง ของจริง 10 ส่วน เขียนลงในกระดาษเขียนแบบ 1 ส่วน
2.  มาตราส่วนขยาย เช่น 10: 1 อ่านว่า สิบต่อหนึ่ง หมายถึง ของจริง 1 ส่วน เขียนลงในกระดาษเขียนแบบ 10 ส่วน
3.  มาตราส่วนเท่าของจริง เช่น 1: 1 อ่านว่า หนึ่งต่อหนึ่ง หมายถึง ของจริง 1 ส่วน เขียนลงในกระดาษเขียนแบบ 1 ส่วน
             มาตราส่วนแผนที่ หมายถึง  อัตราส่วนระหว่างระยะบนแผนที่กับระยะห่างในภูมิประเทศจริง  หรือ คือความสัมพันธ์ระหว่างระยะทางราบบนแผนที่กับระยะทางราบในภูมิประเทศจริง  ซึ่งเป็นข้อมูลที่บอกให้ผู้ใช้แผนที่ทราบว่า  แผนที่นั้นๆ ย่อส่วนมาจากของจริงในอัตราส่วนเท่าใด  เช่น ระยะห่างจริงในภูมิประเทศ 1 กิโลเมตร  เมื่อเขียนลงแผนที่อาจจะเขียนย่อส่วนลงจาก 1 กิโลเมตร เป็น 1 เซนติเมตร หรือ 1 นิ้ว เป็นต้น
 มาตราส่วนแผนที่ (Map Scale) เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับผู้ใช้แผนที่ เพื่อการอ่านและแปลความหมายจากแผนที่ เพราะช่วยให้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่และระยะทางที่แท้จริงบนพื้นผิวภูมิประเทศจริงได้
การบอกมาตราส่วนแผนที่ บอกเป็นชนิดต่างๆ ได้ 3 ชนิด คือ
         1. มาตราส่วนส่วนเศษส่วน เป็นการบอกมาตราส่วนที่สำคัญมากที่สุดและนิยมใช้กันอย่างกว้างขวาง คือ การบอกมาตราส่วนแบบเศษส่วน เขียนในลักษณะ 1:50,000 หรือ 1/50,000     หมายความว่า 1 เซนติเมตร ในแผนที่เท่ากับระยะจริงบนพื้นผิวภูมิประเทศ 50,000 เซนติเมตร หรือ 500 เมตร หรือระยะทาง 1 นิ้ว ในแผนที่เท่ากับระยะจริงในภูมิประเทศ 50,000 นิ้ว เป็นต้น
         2. มาตราส่วนคำพูด  มาตราส่วนแผนที่อาจบอกเป็นคำพูดธรรมดาก็ได้ เช่น  มาตรส่วน 1 นิ้ว ต่อ 10 ไมล์ หมายความว่า ระยะทางแผนที่ 1 นิ้ว เท่ากับระยะทางในภูมิประเทศ 10 ไมล์ 1 เซนติเมตร ต่อ 10 กิโลเมตร หมายถึง 1 เซนติเมตรในแผนที่เท่ากับ 10 กิโลเมตรในภูมิประเทศจริง  เป็นต้น การบอกมาตราส่วนแบบนี้ แม้ว่าจะสะดวกเวลาอ่าน แต่ก็ไม่สะดวกในเวลาปรับใช้กับการคำนวณ และไม่สะดวก สำหรับประเทศต่างๆ ที่มีหน่วยวัดระยะทางไม่เท่ากัน  
        3. มาตราส่วนรูปภาพหรือมาตราส่วนเส้นบรรทัด    มาตราส่วนแบบนี้แสดงเป็นเส้นตรง เส้นที่แสดงนั้นแบ่งส่วนๆ ส่วนละเท่าๆกัน แต่ละส่วนจะมีตัวเลขกำกับไว้ เพื่อบอกให้ทราบว่าระยะแต่ละส่วนในแผนที่นั้นแทนระยะทางในภูมิประเทศเท่าไร   หน่วยที่ใช้บอกระยะในมาตราส่วนแบบเส้นบรรทัดอาจใช้ ในหน่วย หลา เมตร ไมล์ และไมล์ทะเล หรือ อาจบอกทั้ง 4 หน่วยในแผนที่ฉบับเดียวกันก็ได้


เป้าหมายการจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนบรลุตัวชี้วัด


วันพฤหัสบดีที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2555

การเเอบรัก


การแอบรัก
ในช่วงเวลาหนึ่ง เราอาจจะคิดเข้าข้างตัวเองว่า เค้าอาจจะมีใจให้เราบ้างก็ได้
แต่ในอีกเวลาหนึ่งเราอาจไม่คิดเช่นนั้น 
เราจะได้เข้าไปคุยอีกรึเปล่า เราจะได้เข้าไปนั่งใกล้ๆอีกรึเปล่า หรือเราจะถูกตีตัวออกห่าง….. 
   
แต่โอกาสก็ไม่ได้มีมาบ่อย ๆ จริงอยู่ที่ตอนนี้เราอาจจะยังอยู่ในมหาวิทยาลัย
ทำให้เราจะได้เจอหน้าคนที่เรารักทุก ๆ วัน โอกาสจึงเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ
แต่เมื่อใดที่เราใกล้จะจบการศึกษา เมื่อนั้น โอกาสก็จะลอยห่างจากเราไปเรื่อยๆ 
แต่อย่างน้อยเราจะได้ไม่เสียใจภายหลังว่าเราไม่ได้ทิ้งโอกาสดีๆ นั้นไป ความรักเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน
หากเราไม่ไขว่คว้าไว้มันก็จะหลุดมือเราไปอย่างแน่นอน 

แต่ในอีกแง่หนึ่ง เราก็เกิดความทุกข์ ทุกข์ที่เราไม่สามารถรู้ได้ว่าจริงๆแล้วเค้าคนนั้นคิดอย่างไรกับเรา
ความกลัวจึงเกิดขึ้น คือกลัวว่าถ้าวันหนึ่งเค้าเกิดรู้ความในใจของเราแล้วหลังจากนั้นจะเป็นอย่างไร
นั่นทำให้เราคิดว่า เอาน่าอย่างน้อยการได้แอบรัก ก็ยังดีกว่าการต้องมานั่งเศร้าอกหัก
อย่างน้อยเราก็ยังได้คุยได้อยู่ใกล้ๆเหมือนเดิม
อยู่ใกล้เพื่อรอโอกาสดี ๆ สักครั้งที่เราจะได้บอกรักกับคน ๆ นั้น

ดังนั้นจงอย่ารอโอกาส แต่จงสร้างโอกาสขึ้นมาและคว้าโอกาสนั้นไว้ แม้มันอาจจะไม่สำเร็จ

ในขณะที่เรากำลังคิดถึงใคร...


ในขณะที่เรา กำลังคิดถึงใครคนนึงตลอดเวลา เค้าคนนั้นอาจกำลังคิดถึงใครคนอื่นอยู่ก็เป็นได้ และบางครั้งก็อาจมีใครบางคนที่คิด ถึงเราอยู่โดยที่เราไม่สนใจเลยเช่นกัน.. บาง ครั้งการได้ฝันไปคนเดียว มันก็ดีกว่าการได้รู้ความจริงที่ว่า… สิ่งที่เราคิดทั้งหมดมันคือความฝันของเราเพียงคนเดียว ฉะนั้นไม่แปลกที่คนส่วนใหญ่เลือกที่จะ จมอยู่กับความฝันมากกว่าการได้รู้ความจริงการไม่ได้เป็น ที่หนึ่งในใจเค้าไม่ใช่เรื่องน่าเศร้า เราอาจเป็นที่ 2 ซึ่งมันก็ยังดีกว่าได้เป็นที่ 3 หรือ 4 และหากเราเป็นที่ 10 ในใจเค้า….ก็ขอให้คิดไว้ว่าก็ยังดีกว่าเราไม่มี ความสำคัญอะไรในใจเค้าเลย….มัน อาจต้องมีน้ำตาบ้าง ในการยอมรับความจริงว่าเราไม่ใช่ ที่ 1 …แต่ จำไว้เถอะว่าหากหัวใจเรายังไม่สับสนไม่กังวน กับการได้รักเค้าอยู่อย่างนี้ก็ รักเค้าต่อไปเถอะการรักใครสักคนไม่ต้องการความ พยายาม….การ ตัดใจต่างหากที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากมายลองคิดดูสิว่า…ความสุขยามที่เห็นเค้า กับความทุกข์ยามที่เราต้องคอยลืมเค้าอันไหนมันหนักหนากว่ากันอย่าโทษตัวเองที่มาเจอเค้าสายเกิน ไป……อย่าโทษเค้าที่ไม่มีใจให้…..อย่าโทษโชคชะตาที่ทำให้เราพบกัน แต่ ไม่ได้ทำให้เรารักกัน….แต่ จงยิ้มให้กับตัวเอง ที่อย่างน้อย ถึงจะพบเค้าคนนั้นสายเกินไป…..แต่ก็ยังได้พบ..ยิ้มให้เค้า ที่ถึงจะไม่ได้ให้ใจเรามาแต่ก็ได้รับหัวใจเราไป….ยิ้มให้โชคชะตาที่ถึงแม้จะไม่ได้ทำให้เรารักกัน แต่ก็ยังทำให้เราได้รู้จักกัน….เราควรดีใจ ด้วยซ้ำ ที่ครั้งหนึ่ง….เราได้เจอคนที่เราอยากเก็บรอยยิ้มของเค้าไว้คนเดียวคนที่เราใส่ใจกว่าตัวเราเองคนที่ทำให้เราหัวเราะและร้องไห้ได้มาก มาย….คน ที่ยิ้มของเค้าเปลี่ยนวันที่หมองหม่นของเราให้กลายเป็นวันที่สดใส..เท่านี้ก็เพียงพอแล้วไม่ใช่หรือ?แค่การได้เห็น คนที่เรารักได้หัวเราะอยู่กับใครสักคนคนที่เค้ารักมากที่สุด…..นั่น แหละคือ…ความสุขของการได้รัก…อย่างจริงใจ

ข่าวการศึกษา